ตามหลักสูตรเราจะได้ไปฝึกงาน ทางมหาลัยก็จะมีลิสต์ของทางบริษัทที่เค้า Connect อยู่แล้ว ตัวเราเองมีบริษัทที่อยากไปทำ ก็เลยหาบริษัทเอง ทางมหาลัยเค้าก็ช่วยประสานงาน ช่วยติดตามให้
แจน
– ชนัญชิดา ขันธรูจี –
ทำความรู้จักกับศิษย์เก่า
ชื่อแจนค่ะ ชนัญชิดา ขันธรูจี จบปริญญาโท Service Design จาก Poli Design ค่ะ ปัจจุบันทำงานเป็น Interaction Designer อยู่บริษัท Accenture Thailand ค่ะ เรียนจบปริญญาตรี Interior Design ทำงานเป็น Interior Design 2-3 ปี แล้วก็เจอข้อมูล Service Design ก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจ แล้วก็สามารถเอาไปต่อยอดจากสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้
Review Service Design – Poli Design
– Jan –
ทำไมถึงสนใจมาเรียนคอร์สนี้ ?
เห็นว่ามันเป็นคอร์สที่ Practical ทำ Project ก็เลยเลือกที่จะไปเรียนที่นี่
Service Design มันก็เหมือนการทำ Product ขึ้นมา แต่เราเปลี่ยนจาก Product เป็น Service เพราะฉะนั้นเวลาที่เราออกแบบ มันก็จะเหมือนเห็นภาพ Overall มากขึ้น มองเห็นเป็น Experience ไม่ใช่ Focus ที่ สินค้า หรือ Product ชิ้นใดชิ้นหนึ่งค่ะ
การเรียนการสอนที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ?
หลักสูตรจะเน้นเรียนภาคปฏิบัติ ทำ Workshop
ก่อนที่เราจะเข้าถึง Workshop แต่ละตัวค่ะ จะมีปูพื้นฐานต่างๆ เช่น Service Design Tools เค้าก็สอน Tools ต่างๆที่ใช้ในการทำ Workshop ในการคิดงาน ให้ลองทำจริงๆว่ามันถูกเอาไปใช้งานได้ยังไง
Workshop ก็จะมีประมาณ 3 Workshops ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป
- Workshop แรกที่แจนได้ทำ ก็จะเป็นของ Marriott Milan เป็นธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม เป็น Experience ของคนที่เป็น Hospitality
- Workshop ที่ 2 ที่ทำเป็นเกี่ยวกับเรื่อง Pharmacy ออกแบบ Service Design ที่จะ Propose New Direction ให้กับ Pharmacy
- Workshop 3 แบรนด์ของ Virgin Active แบรนด์เกี่ยวกับ Health & Wellness
*หัวข้อ และบริษัทในการทำ workshop อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นกับทางสถาบันเป็นผู้จัดหัวข้อ
ในแต่ละ Workshop จะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเป็น Guest แล้วทางตัวแบรนด์ก็จะเข้ามาให้ข้อมูล ให้ Input ให้เราได้ลอง Explore
ยกตัวอย่าง อย่างตอนที่ทำ Workshop ของ Virgin Active คนจาก Virgin Active เข้ามาให้ Input ก็มาคุยกับเราว่าแบบเค้ามี Direction ไปทางไหน เค้ามองตัวเองยังไง แล้วก็เค้าต้องการอะไรจากเรา
ช่วยเล่า Process คร่าวๆของแต่ละ workshop ให้ฟังนิดนึงค่ะ ?
มันเริ่มตั้งแต่เรา เข้าไปที่ site visit ที่ Virgin Active แล้วก็ทำ survey ออกไปสัมภาษณ์คนในเมืองมิลาน ลองพูดคุยกับเค้า เก็บผล research แล้วก็เอามาวิเคราะห์ ทางอาจารย์ประจำวิชาก็เข้ามาช่วย shape idea ว่า เราจะสามารถ Analyze เพื่อที่จะเอาไปต่อยอด Idea แล้วเราก็เสนอ Idea เหล่านี้ให้ทางบริษัท Virgin Active ฟังว่ามันมีไอเดียอะไรบ้างในการที่เค้าจะ Re-experience ด้าน Service Design หรือว่า Product / Service ที่เค้าทำ
ชีวิตความเป็นอยู่ที่มิลาน เป็นยังไงบ้างคะ ?
ด้วย location ทำให้เราเหมือนเดินทางท่องเที่ยวง่าย ถ้าเราอยากเปิดประสบการณ์ไปทำอะไรต่างๆ มันสามารถไปปีนเขา ไปเล่นสกี ไปทะเลได้ง่ายในระยะที่มันแบบไม่ได้เดินทางไกลมาก แล้วก็ไม่ได้แพงมาก
ประสบการณ์การฝึกงาน เป็นยังไงบ้าง ?
ตามหลักสูตรก็จะมีให้เราได้ไปฝึกงาน ทางมหาลัยก็จะมีลิสต์ของทางบริษัทที่เค้า Connect อยู่แล้วมาให้ทางนักศึกษาเลือก แจนเองมีบริษัทที่แจนอยากไปทำ ก็เลยหาบริษัทเอง แล้วทางมหาลัยเค้าก็ช่วยประสานงาน ช่วยติดตามให้
วิธีเตรียมตัวก็หลักๆก็คือเตรียม Portfolio, Update CV แล้วก็เค้าก็จะมีสัมภาษณ์ก่อนที่เค้าจะรับเราเข้าไปฝึกงาน
แจนได้ฝึกงานที่ Experientia srl ก็ได้ประสบการณ์การทำงานจริงว่ามันมี factors อะไรที่เราต้องคิด ต้องให้ความสำคัญ ในบริษัทที่เค้าทำ UX หรือว่าทำ Service Design เค้าทำกันยังไง
บริษัทนี้เค้าเป็น Design Consultancy เค้าไม่ได้ Develop Product สำหรับตัวเค้าเอง เค้าจะคิดยังไงให้เค้าขายงานนี้ได้ด้วย เราได้เรียนรู้วิธีการทำงาน วิธีที่เค้านำเสนอไอเดียว่า มันจะต้อง shape ไปในทางไหนเพื่อที่เราจะต้องขายงานได้ด้วย
เราต้องเข้าไปทำความเข้าใจลูกค้า ความต้องการลูกค้า หรือว่าเสนอแนวคิดใหม่ๆอ่ะค่ะ เราก็ต้องเข้าไปทำด้วย Workshop เราต้องใช้ Tools ต่างๆที่เราจะสามารถ Shape idea ลูกค้า เหมือนเราดึง Inside ออกมาจากลูกค้าได้ หรือว่า User ได้
วิธีการทำงานพวกนี้ Framework พวกนี้มันเป็น Framework ที่สามารถ Adapt เพราะว่า สิ่งที่เราได้เรียนตอนนั้นก็ค่อนข้างเป็น Standard กับโลกปัจจุบันที่เค้าทำ Service Design หรือว่าทำ UX Design อยู่ในปัจจุบัน
ขอบคุณ พี่แจน สำหรับ บทสัมภาษณ์
สนใจเรียนต่อ Master in Service Design
สถาบัน Poli Design
ปรึกษาเราได้เลยนะคะ แนะนำโดยศิษย์เก่าจากอิตาลี ละเอียดทุกขั้นตอน บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


